วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ประโยชน์ของน้ำหมักเอนไซม์จากผักและผลไม้

https://www.facebook.com/oohfarmcafeorganic/

         💚ผักและผลไม้ มีวิตามิน เกลือแร่ เอนไซม์ ที่เหมือนและแตกต่างกัน ทั้งชนิด และปริมาณ การนำผัก หรือ ผลไม้ ชนิดต่าง ๆ มาหมัก ควรหมักแย่งกัน เป็นชนิด ๆ เนื่องจาก ระยะเวลาในการย่อยสลาย ของผัก และผลไม้ ต่างกัน ก็ต่างเวลากัน หรือกระทั้ง ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา หรือโภชนาการของผัก ผลไม้ ต่างกัน ก็อาจมีฤทธิ์ต่างกัน อาจจะเสริมฤทธิ์กัน หรือ ต้านฤทธิกันก็ได้ ดังนั้น หากเรามีความรู้ทางเภสัชวิทยา ไม่เพียงพอ เราควรนำ ผัก ผลไม้ มาแยกหมัก เพื่อให้กระบวนการหมักเป็นไปอย่างสมบูรณ์ และมีประสิทธิภาพดี และหลังจากการหมักที่สมบูรณ์แล้ว เราสามารถนำน้ำหมักเอนไซม์จากผักและผลไม้นั้น มาผสมรวมกันในอัตรส่วนตามความต้องการ ได้ โดยนำมาผสมรวมกัน แล้วเติมน้ำผึ้ง และน้ำ ลงไปในอัตราส่วนด้งนี้ เอนไซม์ (หัวเชื้อ) ผสม ๑ ส่วน (เอนไซม์หัวเชื้อ ที่หมักเองควรมีอายุไม่ต่ำกว่า ๑ ปี ยิ่งอายุการหมักนานยิ่งมีคุณภาพดี)น้ำผึ้งดอกไม้ป่า ความชื้นต่ำ๑ ส่วน และน้ำ ๑๐ ส่วน หมักไปอีก ๖ ถึง ๑๒ เดือน (ยิ่งหมักไว้นานปี ก็ยิ่งมีคุณค่าเพิ่มขึ้น) และหากอยากให้เข้มข้น ก็ให้เติมน้ำผึ้งทุก ๖ เดือน แล้วหมักไปเรื่อย ๆ ก็ได้จึงนำมารับประทานในอัตราส่วน ๑ ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ ๒๕๐ ซีซี (๑ แก้วน้ำ)น้ำหมักเอนไซม์จากผลไม้ต่างกัน จะให้เกลือแร่ วิตามิน และเอนไซม์ในปริมาณต่าง ๆ กัน ตลอดจนคุณค่าทางเภสัชวิทยาต่างกัน เรานำตัวอย่างของ น้ำหมักเอนไซม์จากผลไม้ต่าง ๆ มาให้อ่านกัน เป็นตัวอย่าง ดังนี้ (ตัวอย่างเหล่านี้ หมักจากผลไม้ น้ำผึ้งความชื้นต่ำ และน้ำ ในอัตราส่วน ๑ : ๑ : ๑๐ สูตรของดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงค์)
https://www.facebook.com/oohfarmcafeorganic/


        💚๑. น้ำหมักเอนไซม์จากมะเขือเทศ (สุก) มีสารอาหารมากมาย โดยเฉพาะ วิตามินเอ ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน สร้างกล้ามเนื้อ ฮอร์โมน ป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง มีวิตามินบี๑ และวิตามินซีสูงประโยชน์ที่ได้จากน้ำหมักเอนไซม์มะเขือเทศ คือ ช่วยในการย่อยอาหาร บำรุงผิวพรรณ คลายความเครียด ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดไขมัน ป้องกันหวัด โรคกระดูกพรุน อาการนอนไม่หลับ จึงเหมาะกับ ผู้ป่วย โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน โรคนอนไม่หลับ เป็นต้น
      💚๒. น้ำหมักเอนไซม์จากมะระ มีสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย มีรสขม อุดมไปด้วยกรดอะมิโน วิตามินเอ วิตามินซี ประโยชน์ที่ได้จากน้ำหมักเอนไซม์มะระ คือ ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ดับร้อน ถอนพิษไข้ ลดระดับน้ำตาลในเลือด แก้ปวดตา อาการปากเปื่อย แผลเปื่อย เหมาะกับผู้เป็นโรคผิวหนัง โรคเบาหวาน เป็นต้น
       💚๓. น้ำหมักเอนไซม์จากแตงโม (รวมเปลือก) มีสารอาหารประเภทวิตามินบี ๑ บี๒ และวิตามินซีสูงประโยชน์ที่ได้จากน้ำหมักเอนไซม์แตงโม คือ ช่วยลดอาการติดเชื้อ ทำให้เจริญอาหาร ล้างพิษ ถอนพิษไข้ ขับปัสสาวะ ล้างไตให้สะอาด ช่วยย่อยอาหาร บำรุงกระดูก และฟัน ลดความดันโลหิต จะเหมาะกับผู้ป่วย โรคเบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ๔ น้ำหมักเอนไซม์จากแอปเปิล (รวมเปลือก) ทั้งแอปเปิลเขียว และแอปเปิลแดง ไม่ต่างกันมากนัก ต่างกันแค่ปริมาณของสารอาหารบางชนิด ในแอปเปิล มีกำมะถัน แคลเซียม เหล็ก โพแทสเซียม โซเดียมคลอไรด์ แมงกานีส วิตามินเอ วิตามินบี๑ บี๒ และบี๖ สูง (เนื่องจากมีสารอาหารมาก บ้านรักษ์สุขภาพ จึงนิยมใช้ในการนำมาสอนหมัก เพราะเป็นผลไม้ที่มีเนื้ออ่อน ย่อยสลายได้ง่าย และให้สารอาหารมาก สามารถหมักแล้วดื่มเพื่อสุขภาพได้ผลดี)
       💚ประโยชน์ที่ได้จากน้ำหมักเอนไซม์แอปเปิล คือ ช่วยปรับสมดุลของระบบการย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องร่วง ท้องเสีย เป็นยาระบายอ่อน ๆ ปรับสมดุลของเกลือแร่ในผู้ป่วยโรคไต ลดริ้วรอยด่างดำปัญหาผิวพรรณต่าง ๆ ได้ดี ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด บำรุงตับ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บรรเทาอาการหืด บำรุงกระดูกและฟัน ลดความเสื่ยงในการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งปอด และลำไส้ จะเหมาะกับผู้ป่วย ทุกโรค โดยเฉพาะ โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต โรคมะเร็ง โรคผิวหนัง เป็นต้นตัวอย่างคราว ๆ แค่ ๔ ตัวอย่าง หากอยากรู้เพิ่มเติม แนะนำให้หาหนังสือเกี่ยวกับประโยชน์ของผลไม้ ผัก มาอ่าน ก็จะเป็นการดี ก่อนเลือกผลไม้มาหมัก จะได้รู้ถึงจุดมุ่งหมายที่ต้องการ ก่อนหมักผลไม้แนะนำให้เลือกผลไม้ ที่สด สะอาด และออกตามฤดูกาล จะได้สารอาหารที่ดี ปลอดภัย และมั่นใจได้แน่นอนครับ
การทำแอปเปิลไซเดอร์ หรือว่าน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิลไม่ยากเลยครับ  

น้ำหมักชีวภาพ(สูตร ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพานวงศ์)
การทำน้ำหมักที่ได้จากคำแนะนำของดร.รสสุคนธ์ พุ่มพานวงศ์ ชมรมบ้านสุขภาพ โดย มีสูตรแบบอัตราส่วน 1:3:10 คือ น้ำผึ้ง/น้ำตาล: ผลไม้: น้ำ เราเริ่มจาก
ของที่ใช้
1.ผลไม้ (หลายชนิดยิ่งดีครับ)
เช่น มะขามป้อม ลูกยอ แอปเปิ้ล ฝรั่ง เปนต้น
2.โหล หรือ ขวดใส่น้ำหมักมีฝาปิด
แนะนำว่าเป็นพลาสติกแบบใสเพราะจะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย
3.น้ำสะอาด 4.น้ำผึ้งหรือน้ำตาล
วิธีการทำเริ่มจาก1.ล้างผลไม้ให้สะอาด ล้างตะกอนยาฆ่าแมลงออก
2.ล้างโหลให้สะอาด
3.ผ่าผลไม้เป็นชิ้นเล็กๆ หรือเอาเปลือกออก เพื่อให้ปฏิกิริยาเกิดเร็ว
4.ใส่ผลไม้ลงโหลประมาณ 3 ส่วน แล้วใส่น้ำให้ปริ่ม 10 ส่วน
5.ใส่น้ำผึ้ง/น้ำตาล ตามลงไป 1 ส่วน ให้เหลือพื้นที่ว่างประมาณ 1ใน 5 ส่วน
6.คนเบาๆให้เข้ากัน
7.ปิดฝา เก็บเป็นเวลา 3เดือน ไม่ให้ถูกแสงแดดส่อง และอากาศถ่ายเทสะดวก แล้วจึงค่อยเปิดให้อากาศได้ระบายสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
8.จากนั้น 3 เดือน จึงค่อยวัดค่า PH และดมกลิ่น (ระวังให้อากาศได้ระบายออกสัก 5 นาทีก่อน มิเช่นนั้น กลิ่นจะเหม็นมาก)
9.หากพบน้ำใสลอยตัว ดูดออกแล้วนำมาขยายต่ออีก 14 ครั้งทุกๆ 3 เดือน ในอัตราส่วน น้ำใส1: น้ำผึ้ง1:น้ำ10
10.ตัวกากทำเช่นเดียวกัน (แต่ทำได้3ครั้ง) แล้ว กากที่เป็นตะกอน ใช้1ช้อนโต๊ะคลุกผลไม้ 10 กิโลกรัม แล้วหมักต่อจนได้น้ำใส

       💚**เอนไซม์คืออะไร และมาจากไหน**
เอนไซม์ คือ สารกลุ่มโปรตีน ที่ได้รับจากอาหารและสร้างขึ้นเอง สารที่เป็นแหล่งพลังในการกระตุ้นการทำงานของร่างกาย ทำให้เราสามารถย่อยอาหารให้นำไปใช้ประโยชน์ได้รวดเร็ว กล่าวได้ว่าเราไม่สามารถขาดได้เพราะ 80% ของร่างกายเราใช้สิ่งนี้ดูแล
เอนไซม์มาจากร่างกายผลิต และจะใช้ดีที่สุดจะมาจากพืชเราจึงต้องกินผักเพื่อให้ร่างกายดูดซับเอนไซม์มาใช้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
ประโยชน์
-ปรับสภาพความเป็นกรดด่างในร่างกาย
-เสริมระบบย่อยอาหารทำให้ย่อยได้สมบูรณ์และทำให้ดูดซึมได้มากขึ้น
-เสริมระบบขับถ่ายให้แข็งแรง
-เสริมความสมดุลของร่างกาย
-ขจัดและขับสารพิษออกจากร่างกายและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
-อุดมด้วยสารอาหาร วิตามินและเกลือแร่
-ทำให้ฮอร์โมน Estrogen กลับมาใช้ซ้ำ ทำให้ผู้หญิงที่เมื่อผ่านช่วงประจำเดือน จะทำให้การดูดซึมแคลเซียมได้ดี ยาวนานขึ้นแทนที่จะน้อยลงเพราะฮอร์โมนขาด
-ลดคอร์เลสเตอรอลในเลือด ลดอัตราการเกิดไขมันอุดตัน
-บรรเทาอาการแพ้ จากสาร และรังสี
-ลดสารก่อมะเร็ง และลดอัตราเกิดมะเร็งลำไส้
-ซ่อมแซมและเสริมสร้าง อวัยวะและระบบร่างกาย ช่วยควบคุม และกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว
-รักษาโรคผม
-ๆลๆ
การนำมาใช้
2ปี ใช้ชำระล้างร่างกายและภาชนะ โดยผสมกับน้ำด่าง
4ปี ใช้ 1 ส่วน+ 1:3:10 คือ น้ำผึ้ง/น้ำตาล: ผลไม้: น้ำ หมัก15 วัน รักษางูสวัด ล้างแผลอักเสบพุพอง
6ปี ใช้แก้ท้องอืด ระงับกลิ่นกาย บำรุงความงาม
6-10ปี ขึ้นไป ใช้ดองยา 1 เดือนจะได้คุณสมบัติ ของสมุนไพรประสิทธิภาพดีขึ้น รับประทานวันละครั้ง (3-10 cc) ก่อนหรือหลังอาหาร 1.30 ชั่วโมง
ฝ้าสีขาว
ในขบวนการหมักจะเกิดฝ้าสีขาวขึ้น ใช้คลุกแป้งสาลี เก็บทึบแสง จะได้ยีสต์
น้ำตาลกับน้ำผึ้งต่างกันอย่างไร
-หมักกับน้ำตาลแอลกฮอล์จะสูง
-หมักกับน้ำผึ้ง จะได้สารหลายอย่างเช่น ต้านอนุมูล แร่ธาตุ ต่างๆมาก (แต่ ต้องเป็นน้ำผึ้งที่น้ำผสมน้อยกว่า80%)
ส่วนการหมักแอปเปิลก็ไม่ยากอะไรครับ ช่วงนี้จะมีการไหว้เยอะจะได้นำมาลองไว้ทำกันดูนะครับ

https://www.facebook.com/oohfarmcafeorganic/

       1.ขั้นแรกก็ไปหาขวดโหลปากกว้าง ซึ่งอย่างน้อยก็กว้างเท่ากับตัวขวดหรือแคบกว่าเล็กน้อย อย่าเอาขวดปากแคบแบบขวดน้ำนะครับ เพราะจะใส่เนื้อแอปเปิลลงไปลำบาก แถมจุลินทรีย์ที่ช่วยในการหมักจะได้รับออกซิเจนได้ไม่เต็มที่ด้วย พอได้ขวดมาก็ล้างให้สะอาด   
        2.นำแอปเปิลหั่นชิ้นเล็กๆ อาจจะเป็นเศษแอปเปิลที่ได้จากเปลือกและแกนแอปเปิลมาตากเอาไว้ให้โดนอากาศจนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือน้ำตาลอ่อนๆ ขั้นตอนนี้ระวังมดขึ้นนะครับ แนะนำให้ใส่กล่องทัปเปอร์แวร์เอาไว้ก็ได้ครับ ตากเอาไว้สัก 1-2 วันก็ใช้ได้แล้ว 
       3.นำแอปเปิลตากจนเป็นสีน้ำตาลใส่ลงในขวดโหลเผื่อที่ว่างด้านบนเอาไว้นิดนึงเติมน้ำตาลประมาณหนึ่งส่วน ต่อแอปเปิลสามส่วนครับ หรือว่าลดลงหากว่าแอปเปิลหวานนะครับ แล้วปิดฝาเขย่าให้เข้ากันดีครับ  ทิ้งไว้สิบห้าวันแล้วค่อยมาเติมน้ำสะอาดพอท่วมครับ แนะนำให้ใช้น้ำต้มสุกครับ โดยเหลือที่ว่างด้านบนเอาไว้ให้จุลินทรีย์มีที่หายใจและจะได้ไม่เปื้อนผ้าขาวบางเวลาเคลื่อนย้าย 
     4.นำผ้าขาวบางพับซ้อนกันสัก 3-4 ชั้น วางขึงบนปากขวดโหลแล้วนำหนังยางหรือเชือกรัดเอาไว้ให้ตึงเพื่อให้อากาศสามารถเข้าได้ 
      5.นำไปเก็บในที่มืดหรือแสงน้อยรอไปประมาณ 6 เดือน - 1 ปี ก็สามารถนำมาใช้ได้ครับ

 https://www.facebook.com/oohfarmcafeorganic/

สั่งซื้อสินค้า คลิก👆


ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก FB : Aukrit Phetjan


ไม่มีความคิดเห็น: