วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561

15 พันธุ์อะโวคาโด ที่นิยมปลูกเป็นการค้าคนไทยไม่ค่อยรู้

https://www.facebook.com/oohfarmcafeorganic/
15 พันธุ์อะโวคาโด ที่นิยมปลูกเป็นการค้าคนไทยไม่ค่อยรู้

1.อะโวคาโดพันธุ์ ลูล่า (Lula)
       เกิดจากเมล็ดเผ่ากัวเตมาลัน(ไม่รู้พ่อพันธุ์) รูปร่างผลคล้ายหลอดไฟ ผลขนากลางผิวผลเกือบเรียบ น้ำหนักผล 300-400 กรัม เนื้อสีเหลืองปนเขียว เมล็ดขนาดใหญ่ติดอยู่ในช่อง เมล็ดแน่น ไขมัน 6-15 %
ช่วงเก็บผลกลางเดือนตุลาคม-กลางเดือนมกราคม หากวิเคราะห์ในประเทศไทย ไขมัน11% ติดผลดกเว้นปี
CR: อะโวคาโดพันธุ์ โพลล็อก
 2.อะโวคาโดพันธุ์ บูซ์7 (ฺBooth7)
       ผลค่อนข้างกลม ผลขนาดกลางน้ำหนักประมาณ 300-500 กรัม ผิวผลขรุขระ สีเขียว เปลือกหนา เนื้อสีเหลืองอ่อน รสดี เมล็ดขนาดกลาง ติดอยู่ในช่องเมล็ดแน่น เมื่อสุกแก่จะมีรอยจุดสีน้ำตาล มีไขมัน 7-14 เปอร์เซ็นต์ ช่วงเก็บเกี่ยวผลประมาณวันที่ ตุลาคม ถึง ธันวาคม อายุ 5 ปี 249 ผลต่อต้น เหมาะปลูกในประเทศไทย ค่อนข้างทนต่อโรค ดูแลรักษาง่าย ออกผลดก และมีผลขนาดใหญ่ เหมาะที่จะขายในตลาดทั่วไป ตลาดท้องถิ่น ไม่เหมาะที่จะส่งออกขายไปต่างประเทศ
                                                     CR: อะโวคาโดพันธุ์ โพลล็อก
3. อะโวคาโดพันธุ์ ปีเตอร์สัน (Peterson)
        ผลขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ผลค่อนข้างกลม น้ำหนักผล 200 – 300 กรัม เนื้อสีเหลืองอมเขียว เมล็ดใหญ่อยู่ในช่องเมล็ดแน่น เนื้อสีเหลืองอมเขียว รสชาติดี ช่วงเก็บเกี่ยวผล กรกฎาคม – กันยายน เหมาะปลูกในประเทศไทย ข้อดีคือสามารถเก็บเกี่ยวได้เร็ว ผลดก ปลูกและดูแลรักษาได้ง่าย เหมาะที่จะขายในตลาดทั่วไป ตลาดท้องถิ่น ไม่เหมาะที่จะส่งออก 
CR:http://www.royalprojectmarket.com
 4.อะโวคาโดพันธุ์ เฟอร์เออเต่ (Fuerte)
       ผลรูปแพร์ ผิวขรุขระเล็กน้อย ผิวสีเขียวเข้ม เนื้อสีเหลืองครีม เมล็ดขนาดกลาง น้ำหนักผลประมาณ 150-300 กรัม รสดี ช่วงเก็บเกี่ยวผลเดือนตุลาคม – ธันวาคม ค่อนข้างอ่อนแอต่อโรค เป็นพันธุ์การค้าอันดับ 2 ของโลก เหมาะที่จะนำส่งออกไปขายตลาดต่างประเทศ หรือในห้างสรรพสินค้า
 CR:bansuan santisuk
 5. อะโวคาโดพันธุ์ บูซ์8 (ฺBooth8)
       มีถิ่นกำเนิดครั้งแรกในฟลอริด้า เช่นเดียวกับพันธุ์บูซ์7 ผลรูปไข่ขนาดเล็กถึงกลาง น้ำหนัก270-400 กรัม ผิวขรุขระ สีเขียวเปลือกหนา เนื้อสีครีมออกรสชาติพอใช้ ไขมัน6-12% เมล็ดขนาดกลางถึงใหญ่ อยู่ในช่องเมล็ดแน่น ฤดูเก็บเกี่ยวต้นเดือนตุลาคม-กลางเดือนธันวาคม ติดผลเป็นพวง 1-3 ผล ถ้าติดผลดกและบำรุงต้นไม่ดีมักจะออกผลดีเว้นปี
           CR: อะโวคาโดพันธุ์ โพลล็อก
6.อะโวคาโดพันธุ์ วอลดิน(Waldin)
       เป็นลูกผสมเผ่าเวสอินเดียนกับกัวเตมาลัน ผลรูปไข่ ผลด้านหนึ่งแป้ว ผิวผลเรียบเป็นมันสีเขียวอ่อนหรือเขียวอมเหลือง น้ำหนัก300-500 กรัม เนื้อสีเหลืองอมเขียว เมล็ดขนาดกลางหรือใหญ่อยู่ในช่องเมล็ดแน่น ไขมัน 5-10% ฤดูเก็บเกี่ยว ต้นเดือนกันยายน-เดือนต้นเดือนพฤศจิกายน ช่อดอกหนึ่งติดผล1-3ผล ใบไม่ค่อยหนาแน่นผลจึงถูกแดดเผาเสียหายมาก และถ้าติดผลมากควรปลิดผลออกบ้าง เพื่อให้ได้ผลที่ออกเต็มที่มีคุณภาพ
CR: อะโวคาโดพันธุ์ โพลล็อก
7.อะโวคาโดพันธุ์ โพลล็อก (Pollock)
       เป็นสายพันธุ์จาก เผ่าเวสอินเดียน ต้นแข็งแรง ผลขนาดใหญ่ ผลรูปค่อนข้างรี ผลสีเขียวอ่อนมีจุดประสีเขียวอมเหลืองกระจายเต็มผล เมื่อมีสีเหลืองอมเขียวบริเวณใกล้ขั้ว ผลและที่ขั้วผลจะมีสีเหลืองละเอียด น้ำหนัก 600-700 กรัม เมื่อบ่มให้สุกเปลือกจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงหรือสีเขียวปมเหลืองเปลือกบาง เมล็ดจะอยู่ในช่องแบบหลวมๆ ฤดูเก็บเกี่ยวกลางเดือนกรกฎาคม-กลางเดือนสิงหาคม
 CR: อะโวคาโดพันธุ์ โพลล็อก
 8.อะโวคาโดพันธุ์ เทเลอร์(Taylor)
       เป็นสายพันธุ์จาก เผ่ากัวเตมาลัน ผลรูปไข่ ผลขนาดเล็กถึงกลาง น้ำหนัก300-400 กรัม ผิวผลขรุขระมาก สีผลเขียวเข้ม เนื้อสีเหลืองอ่อนเนื้อฉ่ำรสดีมาก เมล็ดขนาดกลาง ไขมัน 12-17% ทนทานต่ออากาศเย็นมาก ต้นตั้งสูง ตัดแต่ให้แผ่พุ่มได้ง่าย ติดผลกระจายทั่วทั้งต้น 1 ผล ต่อช่อ การเก็บรักษาควรเก็บในห้องเย็นเพื่อรักษาคุณภาพของผล ฤดูเก็บเกี่ยวประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน

9.อะโวคาโดพันธุ์มอนโร (Monroe)
       เป็นลูกผสมระหว่างกัวเตมาลัน และเวสอินเดียน ผลรูปไข่ ด้านล่างของผลด้านหนึ่งแป้นผลขนาดใหญ่ น้ำหนัก 200-400 กรัม ผิวขรุขระ สีเขียวเข้ม เปลือกหนา เนื้อหนาปานกลาง เนื้อเหลืองอ่อนคุณภาพผลดี
CR: อะโวคาโดพันธุ์ โพลล็อก
10.อะโวคาโดพันธุ์โซเควท (Choquette)
       ผลรูปไข่ด้านผลข้างหนึ่งแป้ว ผลขนาดใหญ่ 400-600 กรัม ผิวผลเกือบเรียบเป็นมันผลสีเขียวถึงสีเขียวเข้ม เนื้อหนาสีเหลือง รสดี เมล็ดขนาดกลาง อยู่ในช่องเมล็ดแน่น ไขมัน 3-18 % ในประเทศไทยติดผลดก อายุ 6 ปี ให้ผล 200-400 ผล ต่อต้น ต้นแข็งแรงพุ่มแผ่กว้างให้ผลดีเกือบทุกปีฤดูเก็บเกี่ยวเดือนพฤศจิกายน-มกราคม
 CR: อะโวคาโดพันธุ์ โพลล็อก
11.อะโวคาโดพันธุ์แฮส (Hass)
       มีต้นกำเนิดจากเผ่ากัวเตมาลัน ผลรูปไข่ ผิวขรุขระมาก ผิวสีเข้มเมื่อสุขอาจจะเป็นสีเขียวหรือม่วงเข้ม ผลขนาดเล็ก 200-300 กรัม เนื้อสีเหลือง เมล็ดเล็กถึงกลาง ไขมัน20%  ฤดูเก็บเกี่ยวเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์
                                           CR: FBจำหน่ายพันธ์ุอะโวคาโด พันธ์ุแฮส-Hass
12.อะโวคาโดพันธุ์มองค์ (Monge)
        เป็นสายพันธุ์จากฮาวาย ผลสีเขียวอ่อน ผิวผลเรียบ สีเขียวมีจุดประสีน้ำตาลกระจายขั้วผล เมล็ดอยู่ในช่องเมล็ดหลวมๆ น้ำหนัก 280-320 กรัม เปลือกบางเมล็ดเล็ก เนื้อสีเหลืองอมเขียว ฤดูเก็บเกียวเดือนสิงหาคม-ตุลาคม
 CR: อะโวคาโดพันธุ์ โพลล็อก
13.อะโวคาโดพันธุ์กัมปง (Kampong)
        เป็นลูกผสมกัวเตมาลัน ผลรูปไข่ฐานกว้าง ผิวเรียบสีเขียวเป็นมัน เนื้อสีเหลืองเข้ม เนื้อหนา2.3 - 2.5 เซนติเมตร เปลือกหนาพอใช้ น้ำหนัก 400 - 600 กรัม เมล็ดขนาดกลางอยู่ในช่องเมล็ดแน่น ติดผลดก ดอกตัวเมียพร้อมที่จะผสมในตอนเช้า ฤดูเก็บเกี่ยวเดือนกันยายน-ธันวาคม

14.อะโวคาโดพันธุ์ปากช่อง 2-8
        เกิดจากเมล็ดกัวเตมาลัน ผลสีเขียวมีจุดกระสีน้ำตาลบริเวณใกล้ขั้วผล สีเขียวอมเหลืองอ่อนๆเปลือกหนา เนื้อหนาสีเหลืองอมเขียว เมล็ดอยู่ในช่องเมล็ดแน่น น้ำหนัก450 - 700 กรัม ดอกตัวเมียพร้อมที่จะผสมในตอนเช้า ฤดูเก็บเกี่ยวเดือน พฤศจิกาย - มกราคม

15.อะโวคาโดพันธุ์บัคคาเนีย (ฺBuccanear)
        น้ำหนักผลระหว่าง 250-400 กรัม ลักษณะผลที่แก่เก็บเกี่ยวได้ สีของผลจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเล็กน้อยเกิดจุดประสีน้ำตาลบนผล และเยื่อหุ้มเมล็ดจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เนื้อข้างในสีจะออกเขียวเหลือง รับประทานได้แต่ผลสุก กินเป็นผลไม้สดหรือกินกับไอศกรีม น้ำตาล นมข้นหวาน สลัด เนื้อของอะโวกาโดสามารถนำมาปรุงอาหารแทนเนยได้ ประโยชน์อะโวกาโดสดสามารถใช้บำรุงผิวพรรณและเส้นผมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีผิวแห้ง ซึ่งจะช่วยทำให้คุณมีผิวพรรณที่ชุ่มชื้นเปล่งปลั่งมีชีวิตชีวาได้ อะโวกาโดมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวช่วยปกป้องเซลล์ต่างๆภายในร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย
   



 ขอบคุณข้อมูลจาก : royalprojectmarket.com





       
        

  

ไม่มีความคิดเห็น: